airflow inside

อากาศยิ่งเข้าได้เยอะ ยิ่งแรง (Airflow inside) ตอนที่ 1

อากาศเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานในการทำให้เครื่องยนต์มีการจุดระเบิด เมื่อพูดถึงเรื่องอากาศนั้นสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเลยว่ามันมีความสำคัญมากๆ ยิ่งมันเข้าไปได้เยอะมากเท่าไหร่ คุณยิ่งจูนน้ำมันได้เยอะมากขึ้น ยิ่งจุดระเบิดได้แรงขึ้น ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราสามารถนำอากาศเข้าสู่กระบอกสูบได้เยอะมากขึ้น เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

1. ขนาดของใบวาล์วไอดี

แน่นอนว่าขนาดของใบวาล์วฝั่งไอดีนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการที่ทำให้อากาศเคลื่อนที่เข้าสู่กระบอกสูบได้ เรื่องนี้พิสูจน์ได้ง่ายๆ มากเลยนะครับผม ถึงแม้ว่าในกรณีที่เราจะไม่มีเครื่องมือทดสอบการไหลของอากาศ ช่างทำรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นรถแข่งคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วว่า รถในกติกาลูกเดิมๆ นี่ ถ้าเราขยายใบวาล์วได้สัก 1 มิล แค่นี้แรงรถของเราก็เปลี่ยนไปมากๆ แล้วครับผม ถ้าเป็นรถมอเตอร์ไซต์แค่ทำตรงจุดนี้ จะวิ่งต่างกันเป็น 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือมากกว่ายังทำได้ ไม่ใช่เรื่องยากเลย ทั้งนี้การขยายวาล์วไอดีจะต้องมีความสัมพันธ์กับฝั่งของไอเสียด้วยจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

airflow inside

2. ทรงของรูพอร์ต

เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เรื่องนี้มากพอสมควร ทรงของรูพอร์ตฝั่งไอดีที่ต่างกัน ทำให้การไหลของอากาศบริเวณฝั่งไอดีนั้นต่างกันด้วย ซึ่งจะด้วยกันมีหลากหลายทรงมาก เช่น ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงวงรี และอื่นๆ อีกมากมาย การออกแบบของรูพอร์ตนั้นมีผลกระทบมากต่อการไหลของอากาศ ซึ่งการออกแบบที่ไม่ดี (การเจียรพอร์ตที่ไม่ดี) อาจจะทำให้อากาศเข้าได้น้อยกว่าเดิม และทำให้เกิดการกรีดขวางทางเดินของอากาศในรูได้อีกด้วย

*** ศูนย์รวมอะไหล่แต่งรถมอเตอร์ไซค์ไฮสปีดเคยออกแบบทรงพอร์ตของฝา110ไอ ที่ขายในปัจจุบันให้เป็นทรงแบบผสม ที่มีด้านนอกเป็นรูกลมและด้านในเป็นเหลี่ยม ส่งผลให้เกิดการหมุนของอากาศในกระบอกสูบและทำให้อากาศเข้าได้เร็วมากขึ้น ใครที่ได้เคยลองฝาแบบ 2 วาล์วของไฮสปีดจะรู้เรื่องนี้แน่นอน

airflow inside

3. ขนาดความสั้นยาว เล็กใหญ่ในท่อไอดี

ผมเชื่อว่าเรื่องนี้คนที่เป็นช่างทำรถแข่งต้องเจอมากับตัวเองแน่นอน เพราะว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่มากในการทำรถ ในเรื่องของความยาวท่อไอดี หลายคนบอกใช้ใหญ่ไปไม่ดี ยาวไปไม่ดี สั้นไปไม่ดีบ้าง แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ตรงจุดนี้มีความแตกต่างกัน? คือ 1.เรื่องของรูพอร์ต และสเปคของฝาสูบ 2.ท่อไอเสียที่มีขนาดสั้นยาวที่ต่างกัน ผ่าโล่งหรือผ่าเงียบที่ต่างกัน โดยปัจจัยยเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อการใช้ท่อไอดี ยังไม่จบแค่นั้นสำหรับช่างจูนรถตรงจุดนี้มีผลต่อการจูนน้ำมันในกราฟน้ำมันอีกด้วย ซึ่งการใช้ท่อไอดีที่ยาว กับท่อไอดีที่สั้น จะเปลี่ยนแปลงย่านการใช้น้ำมันของรถคุณด้วย

4. อุณหภูมิของท่อไอดี

ฟังดูอาจจะไม่รู้ว่ามันเกี่ยวยังไง แต่จุดนี้สำคัญมากในเชิงลึก อุณหภูมิในท่อไอดีนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการไหลของอากาศ คุณรู้หรือไม่? แท้จริงแล้วอากาศนั้นมีน้ำหนัก แล้วน้ำหนักของอากาศเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่? เกิดขึ้นเมื่อมีความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้อากาศนั้นมีน้ำหนักมากขึ้นทันที ส่งผลให้อากาศเดินเข้าสู่กระบอกสูบได้ช้าลง นี่เป็นสาเหตุของการแพ้ชนะในรถแข่งแบบระดับโลกมาแล้ว ทั้งนี้คุณจะเห็นได้ว่าการแข่งรถในระดับโลกจะมีการหุ้มฟอล์ยกันความร้อนจากเครื่องยนต์เข้ามาสู่ท่อไอดี แรมแอร์ของรถ นั่นเอง
สังเกตลิ้นเร่งแต่งของเวฟที่ไฮสปีดทำมาขายจะมีแป้นพลาสติกที่รองกันร้อนมาให้อันนี้ช่วยได้เยอะ รวมถึงคอไอดีแบบรถเดิมในปัจจุบันก็เป็นพลาสติกแบบผสมเช่นกัน ลองสังเกตุดูนะ

5. ขนาดของเรือนลิ้นเร่ง หรือปากคาร์บู

ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้สำคัญมากที่สุด แต่คำถามต่อมาคือเราต้องใส่มันใหญ่ขนาดไหน ก็คงต้องตอบว่าเราคงต้องไปดูที่อุปกรณ์ส่วนอื่นด้วยว่ามันจะเหมาะสมกันไหม ไม่ว่าจะเป็น ฝาสูบ ขนาดซีซีเครื่องยนต์ หรือท่อไอเสีย ทั้งนี้พูดตามตรงเลยว่า เรื่องนี้ไม่มีใครบอกใครได้แบบตรงๆ แต่ถามว่ามีการคำนวณไหมว่าจะต้องใช้เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ขอบอกเลยว่ามีวิธีการคำนวณแน่นอน แต่ทั้งนี้ทีมงานเองก็จะไม่กล้าแนะนำทั้งหมด เพราะว่าอาจจะไม่ตรง100% เอาง่ายๆ แค่ท่อโล่งกับท่อผ่าหมกการใช้ก็ต่างกันแล้ว ทั้งนี้เราคงต้องขอให้ลูกค้าและเพื่อนลองทดสอบกันดูว่าขนาดไหนเหมาะกับรถของเราที่สุด

 

จากใจผู้เขียน
วรพรต แซ่ซื้อ

ที่จริงในยังมีอีกหลายเรื่องเดี๋ยวเราจะมาต่อกันในตอนหน้าครับผม ฝากผู้อ่านติดตามบทความของเราด้วย สำหรับเรื่องการเอาอากาศเข้าเครื่องยนต์นั้น เจอกันต่อในตอนที่ 2 ครับผม