อัตราส่วนกำลังอัด

อัตราส่วนกำลังอัด ( Compression Ratio ) คือ อัตราส่วนระหว่าง ปริมาตรในกระบอกสูบขณะที่ลูกสูบอยู่ตำแหน่งต่ำสุด (BDC) กับ ปริมาตรห้องเผาไหม้(ปริมาตรที่โดนบีบอัดแล้ว)เมื่อลูกสูบอยู่ตำแหน่งบนสุด (TDC)

ทำไมเราต้องเซ็ทอัตราส่วนกำลังอัด ในกรณีที่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ก็เพื่อจะปรับแต่งปริมาตรห้องเผาไหม้ให้มีความสัมพันธ์กับปริมาตรความจุที่เพิ่มขึ้น หรือในกรณีที่ต้องการใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนที่สูงขึ้นเพื่อให้เครื่องยนต์สามารถมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อลดความเสียหายของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัด 10 : 1 ก็คือเครื่องยนต์ที่สามารถบีบอัดปริมาตรจาก 10 ส่วนให้เหลือแค่ 1 ส่วน

จากปริมาตร 10 ส่วนในกระบอกสูบและห้องเผาไหม้ขณะที่ลูกสูบอยู่ตำแหน่งต่ำสุด(BDC)

ถูกบีบอัดจนเหลือปริมาตร 1 ส่วนเมื่อลูกสูบอยู่ตำแหน่งบนสุด (TDC) จึงมีอัตราส่วนกำลังอัดเท่ากับ 10 : 1

มีวิธีคำนวณดังนี้

อัตราส่วนกำลังอัด = ( ปริมาตรความจุกระบอกสูบ + ปริมาตรห้องเผาไหม้ ) ÷ ปริมาตรในห้องเผาไหม้

ปริมาตรความจุกระบอกสูบ = ( π × (ขนาดกระบอกสูบ ÷ 2)² × ระยะชัก ) ÷ 1,000 (ใช้สูตรคำนวณหาซีซีจากบทความที่แล้ว)

ปริมาตรห้องเผาไหม้ = ปริมาตรในส่วนนี้เราจะทำการวัดตวงจากที่เครื่องยนต์ในขณะที่ลูกสูบอยู่ตำแหน่งบนสุด (TDC)

ทำการหาปริมาตรโดยการใส่ของเหลวไปในห้องเผาไหม้ผ่านเกลียวหัวเทียนในขณะที่ลูกสูบอยู่ตำแหน่งบนสุด (TDC)

ยกตัวอย่างจาก เครื่องยนต์ Wave125i สเตป 66/5

ขนาดกระบอกสูบ × ระยะชัก : 66 × 67.9 มิลลิเมตร (mm.)

อัตราส่วนกำลังอัด = ( ปริมาตรความจุกระบอกสูบ + ปริมาตรห้องเผาไหม้ ) ÷ ปริมาตรในห้องเผาไหม้

ปริมาตรความจุกระบอกสูบ = ( π × (ขนาดกระบอกสูบ ÷ 2)² × ระยะชัก ) ÷ 1,000

( 3.142 × 33 × 33 × 67.9 ) ÷ 1,000 = 232.3 cc. 

ปริมาตรห้องเผาไหม้ที่วัดได้ = 19.8 cc.

อัตราส่วนกำลังอัด = [ 232.3 + 22.1 ] ÷ 22.1

อัตราส่วนกำลังอัด = 11.5 : 1

ถ้าต้องการจะลดอัตราส่วนกำลังอัดลง สามารถทำได้โดย เปลี่ยนลูกสูบให้มีความสูงที่หัวลูกต่ำลง หรืออาจจะเสริมปะเก็นให้หนาขึ้นก็ได้

แต่ถ้าหากต้องการที่จะเพิ่มอัตราส่วนกำลังอัด ก็สามารถทำได้โดยเปลี่ยนลูกสูบให้มีความสูงที่หัวลูกเพิ่มขึ้น หรือจะปาดฝาสูบเพื่อลดปริมาตรที่โดมฝาสูบ จะปาดเสื้อสูบก็ได้

แต่การเปลี่ยนความสูงของกระบอกสูบจะมีผลต่อความตึงของโซ่ราวลิ้นและองศาการเปิดปิดของแคมชาร์ฟอีกด้วย

อัตราส่วนกำลังอัดที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาระหลายๆอย่างมากขึ้นด้วย อย่างเช่น ความร้อนสะสมในเครื่องสูงขึ้น เมื่อความร้อนภายในสูงขึ้นเครื่องยนต์อาจเกิดการชิงจุดระเบิด(Knock) จึงต้องใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนมากขึ้น ความสึกหรอของเครื่องยนต์ก็มากขึ้น

เพราะฉะนั้นเราควรที่จึงเลือกใช้อัตราส่วนกำลังอัดที่เหมาะสมกับจุดประสงค์เครื่องยนต์ที่เราใช้และชนิดเชื้อเพลิงที่เราต้องการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *