รถหัวฉีด หนาไป บางไป เพิ่มลดน้ำมันกันยังไงได้บ้าง

เดี๋ยวสะดุด เดี๋ยววอด คงเป็นอาการที่ช่างซ่อมรถมือใหม่หรือคนไล่จูนรถใหม่ๆต้องเคยเจอกันทุกคน เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ วันนี้เรามาเสนออุปกรณ์ต่างๆที่จะช่วยทำให้คุณสามารถไล่รถของคุณได้ง่ายขึ้นถ้าคุณรู้เคล็ดลับเหล่านี้

หัวฉีดมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 120 ซีซี – 250 ซีซี บอกลูกค้าเป็นซีซีไปเลยเข้าใจง่ายกว่า ไม่ต้อง K J G อะไร โอ้ยสับสน!!

1.หัวฉีด

แน่นอนครับผมว่าเป็นอุปกรณ์หลักของเราที่ต้องมีคือ หัวฉีด และซีซีของหัวฉีดก็มีความสำคัญในการจ่ายน้ำมันให้เพียงพอต่อขนาดซีซีเครื่องยนต์ของเรา คำถามที่เราจะพบบ่อยที่สุดก็คือ ต้องใช้หัวฉีดขนาดเท่าไหร่ถึงจะพอ? คำตอบคือ เราควรมีหัวฉีดไว้หลายๆเบอร์ หลายๆขนาดไว้ใช้งาน เพราะว่าการทำรถแต่ละคันมีความแตกต่างเช่น คอท่อก็ไม่เหมือนกัน ท่ออั้น ท่อโล่ง ความใหญ่ของลิ้นเร่งคอไอดี ความยาวท่อไอดีที่ไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่เราจะแนะนำได้คือใส่หัวฉีดใหญ่ไว้ก่อนสักเล็กน้อย รถสะดุดหน่อยแต่เครื่องไม่พังแน่นอน น้ำมันหนาเราค่อยๆลดได้ แต่ถ้าเราไล่รถจากหัวฉีดเล็กๆขึ้นไปเครื่องจะร้อนกว่าจะไล่เจอบางทีเครื่องพังไปก่อนแล้วก็มีสำหรับมือใหม่ๆมีให้เห็นบ่อยมาก ซึ่งไฮสปีดเองเราก็มีหัวฉีดจำหน่ายให้ตั้งแต่ 120 ซีซี – 250 ซีซีเลยทีเดียว แถมยังรองรับน้ำมันได้ทุกประเภทอีกด้วย


2.รีแมปกล่อง

คงโชคดีไม่น้อยถ้ารถรุ่นนั้นของคุณสามารถมีโปรแกรมที่รีแมปได้เพราะคุณจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อกล่องแต่ง แถมการจูนก็สามารถปลดรอบเครื่องได้ จูนน้ำมัน จูนไฟได้แบบกล่องแต่งทั่วๆไปอีกด้วย การรีแมปกล่องนั้นขึ้นอยู่กับทักษะของช่างจูนและอุปกรณ์ด้วย ถ้าคุณเจอช่างจูนดีๆทีเดียวจบแน่นอน แต่ถ้าไม่คุณก็อาจจะต้องวิ่งเข้าวิ่งออกร้านบ่อยๆเสียเงินเล็กๆน้อยๆไปเรื่อยๆ ฉะนั้นแนะนำให้หามือโปรที่คุยกันได้ง่ายๆ ราคารีแมปบ้านเราตอนนี้ก็มีตั้งแต่ 500-2,000 บาท ต่อครั้ง

กล่องสแตนอโลนแบบตลับเกม คำว่าสแตอโลนคือกล่องตัวเดียวคุมรถได้ทั้งคันไม่ใช่กล่องพ่วงนะ อย่าเข้าใจผิด

3.กล่องแต่ง , กล่องอีซียูแบบสแตนอโลน

อันนี้มีขายเยอะมาก มีหลายแบรนด์ขึ้นอยู่กับความถนัดและทักษะการจูนของช่างจูนแต่ละท่าน ถามว่ากล่องจูนแต่ละค่ายต่างกันตรงไหน ทีมงานไฮสปีดขอบอกมาในที่นี้ว่า ไม่ต่างเลยครับผมถ้าเราดูมันจากภายนอก เช่น การจูนน้ำมัน ปรับองศาไฟ ปลดรอบเครื่อง การปรับองศาหัวฉีด แล้วอะไรที่ต่างกันของแต่ละค่าย คืออุปกรณ์ภายในที่ใช้ผลิตกล่องอีซียู เช่นการใช้ชิพของกล่องหรือสมองกลที่ต่างกัน บางยี่ห้อใช้ชิบแค่ขาเดียว บางยี่ห้อจัดไปเต็มๆก็ 4 ขา ซึ่งการส่งข้อมูลย่อมไวกว่าแน่นอน (รถบ้านไม่เท่าไหร่แต่รถแข่งนี่ต่างแน่นอน) สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ เรื่องความสเถียรของกล่อง ถ้าใส่กล่องแล้วต้องขี่ๆอยู่รถดับไป ลองคิดดูว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมายังไงก็ไม่คุ้มแน่นอนครับผม (ปล.แนะนำให้ลองศึกษากล่องเอเรซเซอร์อีซียู เป็นกล่องที่ทีมแข่งระดับโรงงานยามาฮ่ากับฮอนด้าใช้จริงในสนามแข่ง ระดับทีมโรงงานยังใช้ก็ไม่ต้องพูดถึงความเทพของมันแล้ว)

เห็นกล่องคุมหัวฉีดตัวเล็กแค่นี้แต่แจ๋วนะขอบอกไปสนามบางทีไล่น้ำมันไม่ทัน เอาตัวนี้บิดลงปุ๊บ เวลามาปั๊บรถวิ่งขึ้นได้ง่ายๆเลยขอบอก

4.กล่องจูนหัวฉีด ใช้เพิ่มลดน้ำมันหัวฉีด

สำหรับคนงบน้อยอันนี้น่าจะโดนใจสุดแล้วเพราะว่าใช้งานง่าย แล้วจูนง่ายมาก ส่วนใหญ่แค่กดปุ่มหรือหมุนปุ่ม เป็นกล่องที่ต่อค่อมระหว่างหัวฉีดเพื่อควบคุมการจ่ายน้ำมันทั้งย่านรอบต่ำ(ช่วงต้น)และรอบเครื่องสูงๆ(ช่วงท้าย) ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆแบรนด์ว่ากล่องจะทำอะไรได้บางเป็นต้น แต่ที่แน่ๆมันดีกว่าถ้าเราไม่ต้องกลับไปหาช่างจูนของเราเองบ่อยๆ งบก็มีตั้งแต่ 1000-1500 บาทสำหรับตัวนี้มันง่ายจริงๆ บิดไปลองขี่ไปจบงานง่าย

คอไอดีมีหลายแบบมาก จะเป็นแบบพลาสติก ยาง หรือ อลูมิเนียม หรือ ท่อเลสก็มีขายตามท้องตลาดเลือกกันได้แล้วแต่ศรัทธาเลยครับผม

5.ท่อไอดีกับกรองอากาศ

อันนี้เป็นเคล็ดลับง่ายๆที่หลายๆคนยังไม่รู้แต่วันนี้มาพูดให้รู้กันไปเลยจะได้ไปลองทำดู เชื่อหรือไม่กรองอากาศ และความยาวท่อไอดีนี่ล่ะทำให้เราไล่น้ำมันได้(จริงๆเรียกไล่น้ำมันก็ไม่ถูกเพราะมันเป็นการไล่อากาศให้เข้าเครื่องได้มากขึ้นจึงทำให้น้ำมันในจุดที่หนาเกินไปกลายเป็นพอดีได้) อันนี้ผมจะขอพูดแบบพื้นฐานก่อน ขอยกตัวอย่างเช่น Wave110i ลูก 53 บางคนใส่หัวฉีด 140 แล้ววิ่งดีช่วงรอบต้นๆเกียร์แรกๆ แต่ท้ายหายไปเลย มันเป็นเพราะกล่องเดิมของรถรุ่นนี้มีน้ำมันช่วงต้นที่หนามากและช่วงท้ายจะน้อยกว่าช่วงต้นมาก ซึ่งทำให้เกิดแาการน้ำมันบางในช่วงท้าย (คนที่มีชุดAFR Senosr สามารถทดสอบได้ จะรู้ค่าเอเอฟหรือส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ) ดังนั้นบางคนก็จะเปลี่ยนไปใช้หัวฉีดที่มีขนาดใหญ่กว่าเช่น 150 ซีซี ประเด็นคือท้ายได้รถวิ่งดี แต่ช่วงต้น(รอบต้นๆ)สะดุดมาก ตรงส่วนนี้นี่ล่ะครับที่เราสามารถไล่ท่อไอดีหรือปากแตรหาได้ ซึ่งถ้าท่อไอดีมีความยาวมากๆจะทำให้กินน้ำมันช่วงรอบต่ำหรือรอบต้นได้มากขึ้น(อากาศจะเข้าไปเยอะทำให้จากน้ำมันที่หนากลายเป็นพอดี) จะช่วยให้รถหายสะดุดได้นั่นเอง นี่เป็นเคล็ดลับที่ทีมแข่งหลายๆทีมคงใช้กันในสนามครับ (ปล.อันนี้เป็นแค่การยกตัวอย่างเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น)

125 ลูก 66 ฝาสูบ 4 วาล์ว ไฮสปีด ใส่ไปแรงแน่นอน

จากใจผู้เขียนโดย
วรพรต แซ่ซื้อ (Woraprot saesue)

ยังมีเคล็บลับอีกมากมายที่คอยคุณอยู่ ฝากติตามเพจและเว็บไซต์ของเราด้วย ช่วยแชร์เพื่อเป็นกำลังใจกันสักนิด อ่านเรื่องต่างๆที่เราเขียนให้คุณได้อ่านฟรีๆไม่ต้องเสียเงิน และอย่าเชื่อเราจนกว่าคุณจะได้พิสูจน์ด้วยตัวของคุณเอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *